รายงานเรื่องอิฐ

อิฐในงานก่อสร้าง

นายชิษณุพงศ์ ชูทอง  รหัส     5151000592
นายสุวัฒน์ บุญเปีย      รหัส    5151001988
นาย จตุพล นครไธสง รหัส     5151002036

บทคัดย่อ

บทความนี้แสดงผลการศึกษาชนิดของอิฐชนิดต่างๆที่มีการใช่กันอยู่ในงานก่อสร้าง

เพื่อเป็นประโยชน์ในการนำไปใช่ได้อย่างถูกประเภทและมีความเหมาะสมกับงานในด้านต่างๆ ที่ใช่อิฐในงานก่อสร้าง

   จากการศึกษาอิฐมีด้วยกันหลายประเภท อิฐสามัญ (หรืออิฐมอญ)   อิฐขาวอิฐโปร่ง  อิฐประดับ อิฐทนไฟ   อิฐมวลเบา อิฐบล็อกหรือคอนกรีตบล็อก

ซึ่งมีวิธีผลิตที่ต่างกันและมีคุณสมบัติที่ต่างกัน แต่บางชิดก็สามาร๔นำมาใช่งานด้วยกันหรือแทนกันได้

1. บทนำ

       อิฐ เป็นวัสดุก่อสร้างพื้นฐานสำหรับการก่อสร้างอาคารทั่วไป อิฐแบบธรรมดาผลิตจากส่วนผสมของดินเหนียว ทรายและนำที่นำไปเผา สำหรับอิฐพิเศษอื่นๆ จะผสมสารหรือวัสดุพิเศษเพิ่มเพื่อการใช้งานเฉพาะด้าน เช่นอิฐมวลเบา อิฐทนไฟ เป็นต้น  

ก่อนนำอิฐมาใช่งานเราต้องมีการทดสอบมาตราฐานของอิฐเพื่อเป็นการตรวจสอบคุณภาพของอิฐเพื่อความปลอดภัยด้วย

ซึ่งสาระต่างๆของงานนั้นเราจะนำเสนอในบทต่อไป

2. ขั้นตอนการผลิตอิฐ                ในการผลิตอิฐนั้นเราแยกขั้นตอนต่างๆ ออกดังต่อไปนี้

                2.1  ขั้นการเตรียมดิน  ดินที่จะใช้ควรนำมาตากลมไว้ก่อนใช้  1 – 2  เดือน จะทำให้ดินอ่อนนุ่มและเหนียวดียิ่งขึ้น  ถ้าเป็นดินแข็งต้องนำเครื่องบดดินก่อนนำมาย่ำให้เป็นเนื้อเดียวกัน  จากนั้นใช้แกลบ หรือขี้เถ้า  อย่างใดอย่างหนึ่งผสมในอัตราส่วนไม่เกิน  25 %  เพราะถ้ามากกว่านี้จะได้อิฐเปราะไม่แข็งแรง

                2.2  ขั้นขึ้นรูปแผ่นอิฐ  ในขั้นนี้มีวิธีการทำอยู่  2  วิธีด้วยกัน คือ

       2.2.1  การทำด้วยแรงคน  วิธีนี้จะต้องมีแม่พิมพ์  หรือแบบซึ่งอาจจะทำด้วยไม้หรือโลหะ  เมื่ออัดดินลงไปในแบบแล้ว  ใช้ไม้หรือมือปาดให้ด้านบนเรียบเสมอ แล้วจึงนำแบบออก (พื้นล่างจะใช้ขี้เถ้าเพื่อป้องกันอิฐติดกับพื้น)  จากนั้นผึ่งอิฐให้แห้งหมาดๆ  แล้วนำมาตบแต่งให้เรียบร้อยอีกครั้งหนึ่ง  แล้วจึงนำเข้าเตาเผาต่อไป

        2.2.2  การทำด้วยเครื่อง  วิธีนี้นำดินเหนียวใส่เข้าไปในเครื่องอัด  เครื่องจะทำการอัดดินออกมาเป็นแท่งได้ขนาดเท่ากันทุกแผ่น  มีผิวเรียบ  นำไปผึ่งให้แห้งหมาดและแห้งด้วยอากาศ  แล้วจึงนำเข้าเตาเผาต่อไป

               2.3  ขั้นการผึ่งให้แห้ง  ถ้านำอิฐที่ยังเปียกอยู่เข้าเตาเผาทันที  ความชื้นที่ผิวจะออกเร็วเกินไป  อาจทำให้อิฐแตกเนื่องจากการหดตัวเร็ว  ฉะนั้นจึงต้องมีการผึ่งให้แห้งหรือแห้งเพียงหมาดๆ  แล้วจึงนำเข้าเตาเผา

              2.4  ขั้นการเผา  นำอิฐที่ผึ่งแห้งหมาดเข้าเตาเผา  โดยนำอิฐเข้าไปเรียงเป็นชั้นๆ  อิฐที่นำเข้าเตาเผาครั้งหนึ่งๆ ประมาณ  5000 – 10000 ก้อน  จากนั้นใช้แกลบคลุมอิฐทั้งหมดให้มิด  แกลบทำหน้าที่เป็นเชื้อเพลิงในการเผา  ความร้อนจะเพิ่มขึ้นทีละน้อยจนถึงความร้อนสูงสุด  และลดต่ำลงตามลำดับจนเย็นใช้เวลาประมาณ  1 – 2  สัปดาห์ แล้วจึงนำอิฐออกจากเตา

ลักษณะของอิฐที่ดี

                1.  มีรูปร่างเรียบร้อยดี  ไม่แอ่นปิดหรือไม่มีขอบขรุขระมาก  ทุกเหลี่ยมได้ฉาก

                2.  สุกสม่ำเสมอตลอดทั้งแผ่น

                3.  มีความเหนียวไม่แตกหักง่าย

                4.  มีขนาดโตเท่ากันทุกก้อน  (โดยเฉลี่ย)

                5.  เมื่ออิฐหักออก  จะเห็นเนื้อภายในคล้ายหินและแน่นมาก  ไม่มีรูพรุน หรือรอยแตกร้าว

                6.  มีสีสม่ำเสมอตลอดทั้งแผ่น

                7.  ไม่ดูดน้ำเกิน  10 % ของน้ำหนักอิฐ  เมื่อแช่น้ำไว้  24  ชั่วโมง

                8.  เคาะฟังเสียงดู มีเสียงแกร่งคล้ายโลหะ

3.ประเภทของอิฐ

1. อิฐสามัญ หรืออิฐมอญ

2. อิฐขาว

3. อิฐโปร่ง

4. อิฐประดับ

5. อิฐทนไฟ

6. อิฐมวลเบา

7. อิฐบล็อกหรือคอนกรีตบล็อก

3.1 อิฐมอญ

                อิฐมอญทำจาก ดินเหนียว น้ำ และวัสดุที่ผสมเพิ่ม อาทิ ขึ้เถ้าแกลบ ทราย ผสมกันในอัตราส่วนที่เหมาะสม นวดผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน ใส่แบบพิมพ์อัดเป็นก้อนสี่เหลี่ยมตามขนาดที่ต้องการ ทิ้งไว้ให้แห้ง จากนั้นจึงนำไปเผาจนสุก

 

3.2 อิฐขาว

          อิฐขาว ทำจากปูนขาวและทรายผสมกัน อัดด้วยเครื่องจักรที่มีความกดดันสูง 500 ตัน แล้วอบด้วยความร้อนสูงอิฐขาวเป็นอิฐที่ใช้ เทคโนโลยีสมัยใหม่ พัฒนาขึ้นมาเพื่อทดแทนอิฐมอญและอิฐบล็อก เหมาะสำหรับงานก่อสร้างทุกชนิด เป็นอิฐที่แพร่หลายมานานกว่า 100 ปีในยุโรปและอเมริกาอิฐขาวเป็นอิฐที่มีความแข็งแรงคงทนถาวรกว่าอิฐมอญหรืออิฐบล็อก โดยทั่วไป ไม่ต้องฉาบปูน เนื้ออิฐมีความหนาแน่นมาก น้ำจึงไม่สามารถซึมผ่าน ไม่อมความชื้น ป้องกันความร้อนได้ดี มีน้ำหนักเบา ประหยัดโครงสร้าง ผนังอิฐขาวสามารถกันไฟไม่ให้ลุกลามต่อไปได้ มีความสวยงามตามธรรมชาติโดยไม่ต้องทาสีทับ

 

3.3 อิฐโปร่ง

          อิฐโปร่ง หรืออิฐกลวง เป็นวัสดุก่อที่มีส่วนผสมในการผลิต เช่นเดียวกับอิฐสามัญ แต่ภายในจะเจาะรู หรือทำช่องภายในให้กลวง เพื่อให้มีน้ำหนักเบา

อิฐโปร่งมีด้วยกันสองแบบคือ

     – อิฐโปร่ง ขนาดเล็ก ชนิดมีรู 2 รู ขนาดโดยประมาณ กว้าง 7 x ยาว 16 x หนา 3 ซม

    – อิฐโปร่ง ขนาดใหญ่ ชนิดกลวง มี 2 ขนาด

กว้าง 12.5 x ยาว 25 x หนา 8 ซม.

กว้าง 14.5 x ยาว 29 x หนา 8 ซม

 

3.4 อิฐประดับ

                 อิฐประดับ  เป็นอิฐที่ทำจากดินเหนียวโดยใช้เครื่องอัดให้เป็นรูปร่าง อิฐชนิดนี้มีเนื้อเรียบและแข็งแรงรับน้ำหนักได้ดี  ใช้ก่อกำแพงโชว์ไม่ต้องฉาบปูน  จะมีอักษรย่อบนแผ่นอิฐ  เช่น   บ.บ.ท. (บางบัวทอง)   บ.ป.ก. (บางปะกง)

 

3.5 อิฐทนไฟ

                  อิฐทนไฟ  เป็นอิฐที่ทำจากดินเหนียวที่มีส่วนผสมของอลูมิน่า  และซิลิก้า  โดยใช้เครื่องอัดให้เป็นรูปร่าง  เป็นอิฐที่ใช้ในการสร้างเตาต่างๆ  เช่น  เตาถลุงแร่ เตาหลอมโลหะ 

อิฐทนไฟเป็นอิฐที่ทนความร้อนได้สูงมาก  มีเนื้อละเอียดแน่นแข็งแรง

          3.6  อิฐมวลเบา

            อิฐมวลเบาตามท้องตลาดจะแบ่งด้วยกันได้ 2 ประเภท

1 อิฐมวลเบาชนิดacc เป็นอิฐที่ถูกผลิตด้วย ปูนซีเมนต์ ปูนขาว ทราย ยิปซั่ม และผงอลูมิเนียม

2. อิฐมวลเบาชนิด CLC เป็นอิฐที่ถูกผลิตโดยการใส่สารผสมเพิ่มปริมาณฟองอากาศ เข้าไปในวัสดุที่ใช่ในการผลิต ปูนซีเมนต์ ทราย น้ำและสารเคมีเพิ่มฟองอากาศซึ่งจะทำให้อิฐแน่นและดูดซึมน้ำได้น้อยกว่าแบบแรก

3.7 อิฐบล็อก

ผลิตจากส่วนผสมของซีเมนต์ ทราย หินย่อย และ น้ำ ผสมเข้ากันแล้วอัดขึ้นรูปเป็นบล็อก สามารถนำมาใช่ได้เหมือนอิฐมอญแต่มีความแข็งแรงน้อยกว่า

 

4 วิธีการทดสอบคุณสมบัติ คุณสมบัติของอิฐ

4.1 ทดสอบกำลังอัด

4.1.1 นำอิฐก่อสร้างสามัญประเภทที่หนึ่ง จำนวน 15 ก้อน ชั่งน้ำหนัก และวัดขนาด

            4.1.2 นำตัวอย่างในข้อ 1 ชุบน้ำประมาณ 3-5 นาที จึงนำออก (เพื่อกันมิให้อิฐไปดูดน้ำปูนพลาสเตอร์)

                4.1.3      ผสมปูนปลาสเตอร์กับน้ำให้มีความข้นเหลวพอสมควรนำไปทาบนแผ่นกระจกเรียบซึ่งจัดวางอยู่ในระดับก่อนแกล้ว (ก่อนทาปูนพลาสเตอร์ควรทาน้ำมันหล่อลื่นก่อนป้องกันปูนพลาสเตอร์ติดกระจก)

            4.1.4 ทาปูนปลาเตอร์ลงบนแผ่นอิฐที่หนึ่งแล้วนำแผ่นที่สองกดทับลงไปให้ได้ระดับ โดยมีความหนาระหว่างแผ่นอิฐประมาณ 5 มิลลิเมตร ตักปูนปลาสเตอร์ที่ล้นแผ่นอิฐออก ทำโดยวิธีเดียวกันนี้ครบ 5 แผ่น แล้วทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที

            4.1.5 ทาปูนปลาสเตอร์บนแผ่นกระจกเรียบอีกแผ่นหนึ่งตามวิธีที่ได้กระทำในข้อ 3

            4.1.6 ยกแผ่นอิฐที่ติดกันด้วยปูนปลาสเตอร์ทั้ง 5 แผ่น ออกจากกระจกแผ่นแรก พลิกกลับให้หน้าอิฐแผ่นบนวางกดลงบนปูนปลาสเตอร์ของกระจกแผ่นที่ 2 ให้ผิวปลาสเตอร์ข้างบนของแผ่นที่ 1 มีระดับขนานกับกระจกแผ่นที่ 2 ทิ้งไว้ 3 ชม.

            4.1.7 เตรียมตัวอ่างอีก 2 ชุด โดยปฏิบัติเช่นเดียวกับตัวอย่างชุดแรก ตามข้อ 1-6

            4.1.8 ชั่งและวัดขนาดตัวอย่างอีกครั้ง ก่อนนำตัวอย่างแต่ละชุดเข้าเครื่องทดลองหาความต้านทานปรงอัดทางด้านแบนของแผ่นอิฐ โดยใช้อัตราการเพิ่มแรงอัดประมาณ 20 กก./ตารางเซนติเมตร ในระยะเวลา 1 นาที อ่านค่าแรงอัดทุกระยะการยุบตัวของตัวอย่างทุก ๆ 0.005 มม. จนตัวอย่างวิบัติค่าแรงอัดลดลงอย่างต่อเนื่อง

                      คำนวณความต้านทานแรงอัดของอิฐแต่ละชุดพร้อมทั้งค่าเฉลี่ยของอิฐทั้ง 3 ชุด และหาค่าเฉลี่ยของอิฐแต่ก้อน

                     การหากำลังอัดสูงสุดของตัวอย่างโดยใช้สูตร

 

                            Óc           =             Pmax/AC ,  kg/cm2

            4.2 การดูดซึมความชื่นและการหาความชื่นในอิฐ

4.2.1 นำอิฐที่ต้องการทดสอบจำนวน3ก้อน มาทำการชั่งน้ำหนักบันทึกค่า

4.2.2 นำอิฐที่ผ่านการชั่งมาแล้วมาทำการอบในเครื่องอบจนกว่าจะมีน้ำหนักคงมี

           เมื่อน้ำหนักคงที่แล้วทำการชั่งน้ำหนักบันทึกค่า

4.2.3 นำอิฐที่อบแล้วไปแช่น้ำ24ชั่วโมง

4.2.4 นำอิฐที่แช่น้ำแล้วมาเช็ดให้ผิวนอกแห้งแล้วทำการชั้งน้ำหนักบันทึกค่า

หาปริมาณความชื้นของตัวอย่างโดยใช้สูตร

Moisture  Content (%)     =    (W2)Original Weight – (W1) Oven dry Weight  x  100

                  (W1) Oven dry weight

สรุป

อิฐมีด้วยกันหลายประเภทอันประกอบด้วยอิฐสามัญ (หรืออิฐมอญ)   อิฐขาวอิฐโปร่ง  อิฐประดับ อิฐทนไฟ   อิฐมวลเบา อิฐบล็อกหรือคอนกรีตบล็อก

ซึ่งมีคุณสมบัติที่ต่างกัน และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ต่างกัน

เอกสารอ้างอิง

-แผนกวิชาช่างโยธา (2543) คู่มือปฏิบัติการทดสอบวัสดุ (ปรับปรุงครั้งที่ 1/2543) เอกสารประกอบการเรียน แผนกวิชาช่างโยธา วิทยาลัยเทคนิคดุสิต กรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

-บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัดมหาชน(2553) คู่มืออินทรีก่อฉาบ

-http://www.supradit.com/contents/engineer/block.htm

-http://www.supradit.com/contents/engineer/block.htm

-http://www.material.chula.ac.th/RADIO48/March/radio3-2.htm

-http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet7/brick.htm

- http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%90%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%87

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: